กีตาร์เลเล่ สีแดง

กีตาร์เลเล่ สีแดง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
กีตาร์เลเล่ สีแดง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
กีตาร์เลเล่ สีแดง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
กีตาร์เลเล่ สีแดง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
กีตาร์เลเล่ สีแดง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
กีตาร์เลเล่ สีแดง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
กีตาร์เลเล่ สีแดง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
กีตาร์เลเล่ สีแดง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
รหัสสินค้า: 002591
ราคาปกติ 595.00 บาท 
ราคาพิเศษ 395.00 บาท
ประหยัด 200.00 บาท
รายละเอียด:

 กีต้าร์เลเล่ Plato ขนาด 23 นิ้ว ผลิตจากไม้แท้ ใช้งานได้จริง
คุณภาพดี สีสันสวยงาม พร้อมสายครบ
แถมปิ้คกีต้าร์ 1 อัน
แถมสายเส้นที่ 1 1 เส้น
 

ร้าน ขาย กี ต้า ร์ กี ต้า ร์ เด็ก 

ประวัติกีตาร์

เครื่องดนตรีที่มีลักษณะคล้ายกีต้าร์เป็นที่นิยมมากว่า 5,000 ปีเป็นอย่างต่ำ โดยเริ่มเป็นที่นิยมในแถบเอเชียกลาง เรียกว่าซิตาร่า (Sitara) เครื่องดนตรีที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกีต้าร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบมีอายุ 3,300 ปี เป็นหินสลักของกวีอาณาจักรโบราณฮิตไตต์

คำว่ากีต้าร์มาจากภาษาสเปนคำว่า guitarra ซึ่งมาจากภาษากรีกอีกทีคือคำว่า Kithara kithara จากหลายแหล่งที่มาทำให้คำว่ากีต้าร์น่าจะมีรากศัพท์มาจากภาษาตระกูลอินโดยูโรเปียน guit- คล้ายกับภาษาสันสกฤต ที่แปลว่า ดนตรี และ –tar หมายถึง คอร์ด หรือ สาย คำว่า qitara เป็นภาษาอาราบิก ใช้เรียก Lute lute ส่วนคำว่า guitarra เกิดขึ้นเมื่อเครื่องดนตรีชนิดนี้ถูกนำมาที่ Iberia (หรือ Iberian Peninsular เป็นคาบสมุทรทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในทวีปยุโรป) โดย ชาวมัวร์

กีต้าร์ในยุคปัจจุบัน มาจากเครื่องดนตรีที่เรียกว่า cithara ของชาวโรมัน ซึ่งนำเข้าไปแพร่หลายในอาณาจักรฮิสปาเนีย หรือสเปนโบราณ ประมาณ ค.ศ. 40 จากนั้นเปลี่ยนแปลงรูปแบบจนกลายมาเป็น เครื่องดนตรีที่มี 4 สายเรียกว่า อู๊ด (oud) นำเข้ามาโดยชาวมัวร์ในยุคที่เข้ามาครอบครองคาบสมุทรไอบีเรียน ในศตวรรษที่ 8 ส่วนในยุโรปมีเครื่องดนตรีที่เรียกว่า ลุต (lute) ของชาวสแกนดิเนเวียมี 6 สาย ในสมัย ค.ศ. 800 เป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มชาว (ไวกิ้ง)

ค.ศ. 1200 กีต้าร์ 4 สาย มี 2 ประเภท คือ กีตาร่า มอ ริสกา หรือกีตาร์ของชาวมัวร์ มีลักษณะกลม ตัวคอกว้าง มีหลายรู กับกีตาร่า ลาติน่า ซึ่งรูปร่างคล้ายกีต้าร์ในปัจจุบัน คือมีรูเดียวและคอแคบ ในศตวรรษที่ 16 เครื่องดนตรีคล้ายกีต้าร์ของชาวสเปน ที่เรียกว่าวิฮูเอล่า เป็นเครื่องดนตรีที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกีต้าร์ในปัจจุบัน มีความผสมผสานระหว่างเครื่องดนตรีอู๊ดของชาวอาหรับและลูตของยุโรป แต่ได้รับความนิยมในช่วงสั้น ๆ พบเห็นจนถึงปี 1576

เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่มีรูปลักษณ์เหมือนกีต้าร์ในปัจจุบัน เกิดในช่วงยุคปลายของสมัยกลางหรือยุคต้นสมัยเรอเนสซอง (500 กว่าปีที่แล้ว) เป็นช่วงที่มีการใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายกันทั่วโลก ในยุคนั้นกีต้าร์มีทั้งแบบ 4 และ 5 สาย สำหรับกีต้าร์ที่มี 6 สาย ระบุว่ามีขึ้นในปี 1779 เป็นผลงานของนายแกตาโน วินาซเซีย (Gaetano Vinaccia) ในเมืองเนเปิล อิตาลี แต่ก็ถกเถียงกันว่าอาจเป็นของปลอมสำหรับตระกูลวินาซเซียมีชื่อเสียงในการผลิตแมนโดลินมาก่อน

กีต้าร์ไฟฟ้าตัวแรกเริ่มผลิตขึ้นในศตวรรษที่ 20 โดยจอร์จ โบแชมป์ (George Beauchamp) ได้รับสิทธิบัตรในปี 1936 และร่วมกับ ริกเค่นแบ็กเกอร์ (Rickenbacker) ตั้งบริษัท Electro String Instrument ผลิตกีต้าร์ไฟฟ้าในช่วงปลายปีทศวรรษที่ 1930 ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1960 จอห์น เลนนอน สมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์ใช้กีต้าร์ยี่ห้อนี้ ส่งผลให้เครื่องดนตรียี่ห้อนี้มีชื่อเสียงในกลุ่มนักดนตรีในยุคนั้น และในปัจจุบันบริษัทริกเค่นแบ็กเกอร์ เป็นบริษัทผลิตกีตาร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ประเภทของกีต้าร์

กีตาร์โปร่ง

Renaissance guitars

มีขนาดเล็กกว่ากีต้าร์คลาสสิก ให้เสียงที่เบากว่ามาก ใช้สายไนล่อน แบบเดียวกับกีต้าร์คลาสสิก นิยมเล่นในสมัยโบราณ ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยม

Classical guitars

กีต้าร์คลาสสิก (Classic Guitar) หรือกีต้าร์สายไนล่อน นิยมเล่นเพลงบรรเลง แบบ single note (finger-picking) ดังนั้น คอกีต้าร์คลาสสิก จึงมีความกว้างกว่ากีต้าร์ไซด์มาตรฐาน ทั่วไป

Nylon String ชนิด Hybrid (หรือกีตาร์ลูกครึ่งระหว่าง กีตาร์คลาสสิกสายไนล่อน กับ กีตาร์โปร่งสายเหล็ก)

แม้จะใช้สายกีต้าร์ชนิดไนล่อน แบบเดียวกับกีต้าร์คลาสสิก แต่สัดส่วน องค์ประกอบหลายอย่าง จะต่างจากกีต้าร์คลาสสิก เช่น คอที่เล็กกว่า เพื่อสะดวกในการจับด้วยมือซ้าย

มีภาคไฟฟ้าคอมี truss rod (เหล็กดามคอ) เพื่อใช้ปรับองศาคอได้มีคอแบบ cut away, ลำตัว body จะบางกว่ามาตรฐาน เป็นต้น กีต้าร์สายไนล่อนชนิดนี้ สามารถเล่นแนวหรือสไตล์เพลงได้กว้างกว่า กีต้าร์สายไนล่อนชนิด Classic Guitar

Flat-top (steel-string) guitars หรือที่รู้จักกันในชื่อ กีต้าร์โปร่ง

กีต้าร์โปร่งสายเหล็กมีหลาย ๆ รูปทรง เช่น กีต้าร์ทรง Dreadnought (D), Orchestra Model (OM), Grand Concert (GC), Grand Auditorium (GA), Jumbo (J), และขนาด 3/4 กีต้าร์ขนาดเล็ก

กีต้าร์โปร่งสายเหล็กต่างกีต้าร์คลาสสิกอยู่หลาย ๆ ประการ เช่น วิธีการเล่นสายกีต้าร์ที่ใช้โครงสร้างภายในตัวกีต้าร์หรือ Bracing, เหล็กดามคอหรือ truss rod เพื่อปรับแต่งองศาคอได้ เนื่องจาก แรงดึงของสายกีต้าร์มีมาก อาจจะทำให้องศารอเปลี่ยนได้ ผู้เล่นจึงสามารถปรับแต่งองศาได้ตามความชอบกีต้าร์โปร่งสายเหล็ก (Flat-top) ถูกสร้างมามากกว่า 180 ปี (หลังมีกีต้าร์สานไนล่อน) เนื่องจากในวงดนตรี มีเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ เข้ามาร่วมเล่นด้วย และประกอบกับสไตล์เพลงมีความหลากหลายมากขึ้น ผู้เล่นจึงต้องการกีต้าร์ที่มีเสียงดัง กังวานมากพอ ที่สามารถใช้รวมเล่นกับเครื่องดนตรีประเภทอื่น ๆ ดังนั้น กีต้าร์โปร่งสายเหล็กจึงมีเอกลักษณ์ที่เสียงดังกังวาน กีต้าร์โปร่งสายเหล็กสามารถเล่นได้กว้างหลากหลายสไตล์เพลง เช่น pop, folk, Bluegrass, finger-style, jazz, blues เป็นต้น กีต้าร์โปร่งที่ดี จะต้องให้เสียงที่ดัง กังวาน มีความ balance ของทุก ๆ ย่านเสียง ทุก ๆ สายกีต้าร์ต้อง balance กัน

Archtop guitars

จุดเด่นคือ ด้านหน้าของกีต้าร์ (top) จะโค้ง โพรงเสียงไม่เป็นช่องกลม แต่จะเป็นรูปตัว สะพานยึดสายหรือ Bridge จะแตกต่างจาก กีต้ารโปร่ง

(คนไทยนิยมเรียกว่า หางปลา) นิยมใช้เล่นในดนตรีแจ๊ส และ Blues เอกลักษณ์ของเสียง เสียงของ arch top guitar จะมีเสียงโน้ตห้วน สั้น คือ หางเสียงจะไม่ยาวเหมือกีต้าร์โปร่งสายเหล็กทั่วไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้เหมาะกับการเล่นเพลง Jazz, Blues

Resonator

หรือ Resophonic หรือ dobro คล้ายกับกีต้าร์ Flat-top นิยมเล่นเพลงสไตล์ Country

12 string guitars

จุดเด่นคือ จะมีสายกีต้าร์ 12 สาย นิยมใช้เล่นในสไตล์เพลง cowboy, country นิยมใช้ตีคอร์ด ไม่นิยมใช้เล่นแบบ picking

Acoustic bass guitars

เป็นกีต้าร์เบสในรูปแบบอคูสติก มีสายและเสียงเหมือนกัน โน้ตที่เล่นจะใช้ “กุญแจฟา” ให้เสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล

Tenor guitars

มี 4 สาย

Harp guitars

จะมีสาย harp เพิ่มขึ้นมา จากปกติที่มี 6 สาย สาย harp จะให้เสียงต่ำหรือเสียงในช่วงเบส ปกติจะไม่มีฟิงเกอร์บอร์ดหรือเฟร็ต

Ukulele Guitar

เป็นกีต้าร์ ขนาดเล็ก มี 4 สาย

กีต้าร์ไฟฟ้า[แก้]

แบ่งตามโครงสร้างของลำตัวกีต้าร์ (Body) อาจแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ

กีต้าร์ตัวตัน (Solid Body)

หมายถึง กีต้าร์ไฟฟ้าปกติที่ลำตัวมีลักษณะตัน ไม่มีการเจาะช่องในลำตัวกีต้าร์เหมือนอย่างกีตาร์โปร่ง หรือ อะคูสติกกีตาร์ แต่บริเวณลำตัวจะมีตัวรับสัญญาณแรงสั่นสะเทือนของสายกีต้าร์ (Pick Up) ขณะที่ดีด เพื่อส่งต่อไปยังเครื่องขยายเสียง (Amplifier) ต่อไป โดยทั่วไป ตัวรับสัญญาณจะมี 2 ประเภท คือ ตัวรับสัญญาณแบบแถวเดี่ยวที่เรียกว่า Single Coil และแบบแถวคู่ที่เรียกว่า Humbucker

กีต้าร์ลำตัวกึ่งโปร่ง (Semi-Hallow Bikini

เป็นกีต้าร์ไฟฟ้าที่มีลักษณะโครงสร้างส่วนกลางของลำตัวในแนวเดียวกับคอกีต้าร์ มีลักษณะตัน (แต่มีการเจาะช่องเพื่อใส่ตัวรับสัญญาณแรงสั่นสะเทือนของสายกีต้าร์ (Pick Up) เช่นเดียวกับกีต้าร์ตัวตัน) บริเวณส่วนข้างของกีต้าร์มีการเจาะช่อง (Sound Hole) เอาไว้เพื่อให้เกิดการกำทอนของเสียงมากกว่ากีต้าร์ตัวตัน ซึ่งจะให้เสียงที่เป็นอคูสติกมากขึ้น นิยมใช้ในดนตรีแจ๊สหรือบลูส์ เป็นกีต้าร์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อลดเสียงรบกวนที่เรียกว่าFeed back ซึ่งเกิดจากกีต้าร์ไฟฟ้าลำตัวโปร่ง (กล่าวคือ ยังมีเสียงรบกวนบ้างแต่น้อยลงกว่าเดิม)

กีต้าร์ลำตัวโปร่ง (Hallow Body)

กีต้าร์ไฟฟ้าที่มีการเจาะช่องเอาไว้เพื่อให้เกิดการกำทอนของเสียง (Sound Hole) เช่นเดียวกับกีต้าร์โปร่งหรืออคูสติก และกีต้าร์ลำตัวกึ่งโปร่ง ปกติช่องดังกล่าวมักจะอยู่ด้านข้างของลำตัวกีต้าร์ เนื่องจากบริเวณกลางลำตัวจะมีการใส่ตัวรับสัญญาณแรงสั่นสะเทือนของสายกีต้าร์ (Pick Up) เช่นเดียวกันกับกีต้าร์ตัวตัน ซึ่งผลของการที่มีช่องกำทอนเสียง ทำให้ลักษณะของเนื้อเสียงที่ได้เป็นอคูสติกมากกว่า กีต้าร์ Semi-Hallow Body แต่หากขยายเสียงให้ดังมากจะก่อให้เกิดเสียงรบกวนที่เรียกว่า Feed back กีต้าร์ประเภทนี้มักจะนิยมใช้กับดนตรีแจ๊สหรือบลูส์เป็นส่วนใหญ่

มีบริการจัดส่งทั่วประเทศ โดยขนส่งเอกชนเก็บเงินค่าส่งปลายทาง ภายในเขตกรุงเทพฯ มีค่าบริการจัดส่งคิดตามระยะทาง
สาขา1 สุทธิสาร เปิดบริการวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา : 9.00 – 18.00 น. 
Tel. 02-275-7279, 086-553-6599  line-geyemusic1
สาขา2 บางนา เปิดบริการวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา : 9.30 – 18.30 น.  
Tel. 02-138-2923, 085-825-0666 
E-mail geyemusicram2@gmail.com  line-geyemusic2
 
รับบริการสั่งซื้อ ผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสอบถามได้ใน
เวลา 9.00 – 18.00 น. ทุกวันท ตอบอีเมล์ทุกวัน ภายใน 24 ชั่วโมง

รถเมล์สายที่ผ่าน 54 , 74 , 204 , 117 , หรือ รถ ไฟฟ้า ใต้ดิน และ BTS

สาขา2 ใกล้ ม.ราม2 (เปิดวันจันทร์ ถึงวันเสาร์) 9.30 – 18.30 น.
 
424/7 ถนนนัมเบอร์วัน เขตประเวศ กรุงเทพฯ (ติดหมู่บ้านบลูลากูล)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *